Lertchai Master Communityครูนอกกรอบ คนนอกระบบ
กระทู้จากเว็บบอร์ดเดิม

โครงการช่างหัวมัน ตามพระราชดำริ

14,804 เข้าชมสะสม · 0 ความคิดเห็น

ภาพประกอบกระทู้

ประวัติความเป็นมา

            เมื่อ ปี พ.ศ.2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซื้อที่ดินจากราษฎรบริเวณอ่างเก็บน้ำ หนองเสือ ประมาณ  120 ไร่ และต่อมา ปี พ.ศ.2552  ทรงซื้อแปลงติดกันเพิ่มอีก 130 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด 250 ไร่ โดยมีพระราชดำริให้ทำเป็นโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร รวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี  และพื้นที่ใกล้เคียงมาปลูกไว้ที่นี่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2552 เป็นต้นมา  และพระราชทานพันธุ์มันเทศซึ่งออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้อง ทรงงานที่วังไกลกังวลให้นำมาปลูกไว้ที่นี่  พระราชทานชื่อโครงการว่า?โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ?

วัตถุประสงค์ของโครงการ

          1. เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจ  พืชพันธุ์ดีของอำเภอท่ายาง  และของจังหวัดเพชรบุรี
          2. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร
          3. เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแปลงหรือมาช่วยงานพระองค์

การดำเนินกิจกรรมภายในโครงการ  ประกอบด้วย

          ? การใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานทดแทน
          ? การผลิตพืชปลอดภัยจากสารพิษ
          ? การสาธิตการปลูกสบู่ดำ
          ? การปลูกข้าวสายพันธุ์ต่างๆ
          ? แปลงศึกษาและส่งเสริมการผลิตชมพู่เพชรสายรุ้ง
          ? แปลงศึกษาและส่งเสริมการผลิตหน่อไม้ฝรั่ง
          ? การทำปุ๋ยหมัก
          ? การปลูกไม้ผล พืชไร่ ประกอบด้วย แก้วมังกร กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก  มะละกอ มะนาว ฟักทอง กล้วย อ้อย มะพร้าวน้ำหอม  มะพร้าวห้าว ฯลฯ
          ? การปลูกพืชผัก ประกอบด้วย มันเทศ กระเพรา โหระพา พริกพันธุ์ซูปเปอร์ฮอต มะเขือเทศราชินี กระเจี๊ยบเขียว วอเตอร์เครส มะระขี้นก  ผักหวานบ้าน ฯลฯ

เป้าหมายของโครงการชั่งหัวมัน  ตามพระราชดำริ

          โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เป้าหมายต้องการให้เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของ อ. ท่ายาง เพชรบุรี  โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูก แล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านร่วมดูแลด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิด โครงการชั่วหัวมันเป็นการบริหารทรัพยากรแบบบูรณาการ  โดยใช้ทรัพยากร  ที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด  ขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสโดยและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนต่อไป


ที่มา : www.paiduaykan.com